ขอเพียงกล้ายอมรับความจริง

ขอเพียงกล้ายอมรับความจริง

 

                 การกล้ายอมรับความจริง  เป็นสิ่งสำคัญในการทำให้มนุษย์เกิดการพัฒนาและเติบโตทางจิตวิญญาณ  เป็นการปฏิบัติธรรมอันยิ่งใหญ่ที่จะพลิกชะตาชีวิตของเรา  จากเดิมที่เคยมีแต่ความอาภัพอับโชคและมีปมด้อยในชีวิตตลอดมา  กลายเป็นคนใหม่ที่มีหัวใจหาญกล้าที่พร้อมจะเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคทั้งปวง

 

                 ผู้ที่ยังยอมรับความจริงในชีวิตของตนเองไม่ได้  หัวใจจะอ่อนแอและก้าวร้าว  จะเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาและประชดประชันต่อสิ่งต่างๆและหาเพื่อนแท้ไม่ได้  จะต้องคอยกลบเกลื่อนและบิดเบือนความจริงคอยหลอกตัวเองอยู่เรื่อยไป  จึงมีความทุกข์มากและมีความกดดันในชีวิตอยู่เสมอ

 

                 นักเรียนทหารไม่ว่าจะเป็นสถาบันใด  จะมีการฝึกอันสำคัญประการหนึ่งตั้งแต่เบื้องต้นคือ "ฝึกยอมรับความจริง" หรือฝึกความเป็นลูกผู้ชาย  การฝึกความเป็น "ลูกผู้ชายชาติทหาร"นี้ จะถือเป็นเรื่องสำคัญมากของทหาร  มีความสำคัญยิ่งไปกว่าการจะมาถือสาหาความต่อความผิดความถูกหยุมหยิมเล็กๆน้อยๆ  การฝึกความเป็นลูกผู้ชายดังกล่าวนี้  อันดับแรกก็คือ "การกล้ายอมรับความจริง"

 

                 การฝึกให้นักเรียนทหารกล้ายอมรับความจริงนี้  บางทีต้องมีการเรียกแถวทั้งกองร้อยลงไปวิดพื้นที่สนามหญ้ากลางดึก แล้วทำการ"ซ่อม"ทั้งกองร้อย เพื่อบีบให้คนที่แอบสูบบุหรี่กล้าที่จะยืดอกยอมรับผิดขึ้นมาด้วยความกล้าหาญของตัวเองอย่างเต็มภาคภูมิของศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย

 

                ด้วยความรักเพื่อน เพื่อไม่ให้เพื่อนถูกทรมานหรือถูกซ่อมทั้งกองร้อย  ความสำนึกผิดที่เกิดขึ้นว่าเพื่อนต้องมาเดือดร้อนทั้งกองร้อยก็เพราะความเห็นแก่ตัวของตัวเราเองเพียงคนเดียว  ความสำนึกผิดนั้นถึงขั้นทนไม่ได้ เขาจึงต้องเดินออกมาหน้าแถวแล้วยอมรับผิดอย่างลูกผู้ชายว่าตัวเองเป็นคนสูบบุหรี่  พอนักเรียนทหารนายนั้นกล้ายอมรับความจริงเช่นนั้น  เขาจะเกิดความกล้าหาญและความภาคภูมิใจในตัวเองอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต  หลังจากนั้นจิตสำนึกของความเป็นลูกผู้ชายนี้จะติดตัวเขาไปตลอด

 

                ความเป็นลูกผู้ชายจะเกิดขึ้นในจิตวิญญาณของเขานับแต่นั้น  เพื่อนทั้งกองร้อยก็จะรักและไว้วางใจต่อคนนั้น  ด้วยเหตุนี้ทหารจึงมีความรักเพื่อนและสามารถตายแทนกันได้ในสนามรบ ซึ่งพลเรือนส่วนใหญ่จะไม่ได้ฝึกความเป็นลูกผู้ชายเช่นนี้ จึงยากที่จะเข้าใจผู้ที่เป็นทหาร พลเรือนกับทหารจึงไม่สามารถเข้าใจในสปิริตในข้อนี้ของกันและกัน  ความเป็นลูกผู้ชายหรือความเป็นผู้กล้ายอมรับความจริงนี้นั้น  ย่อมทำให้ทหารได้ใจกันและสามารถร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ไม่หวาดหวั่นต่ออุปสรรคปัญหาทั้งปวง

 

                    การเป็นทหารคือการรบกับข้าศึกศัตรูภายนอก  ส่วนการปฏิบัติธรรมในศาสนาคือการรบกับข้าศึกภายในคือกิเลส  การฝึกวิชาทหารย่อมฝึกความเป็นลูกผู้ชายคือการกล้ายอมรับความจริง  ฉันใด การปฏิบัติธรรมอันเป็นการฝึกเพื่อต่อสู้กับกิเลสภายใน  ก็ต้องฝึกการยอมรับความจริงให้ได้ยิ่งกว่าการเป็นทหารหลายเท่า

 

                     ทหารที่ขาดความเป็นลูกผู้ชาย อาจพาเพื่อนไปตายทั้งกองร้อยกองพัน  บุคคลที่ไม่สามารถยอมรับความจริงของตัวเองได้  ย่อมสร้างปัญหาให้แก่คนรอบข้างและสร้างปัญหาให้แก่สังคมโดยที่ตนเองไม่รู้ตัว  เมื่อใดที่รู้จักตนเองตามความเป็นจริงและยอมรับความจริงได้ เมื่อนั้นความสุขใจก็เริ่มต้นขึ้นแล้ว

 

                   ผู้ปฏิบัติธรรมส่วนใหญ่  มักจะมองข้ามเรื่องนี้ไป  การปฏิบัติธรรมจึงกลายเป็นการกลบเกลื่อนความจริงไปเรื่อยๆสำหรับบางคน  หากวันใดยอมรับความจริงได้  การปฏิบัติธรรมย่อมเกิดผลอันแท้จริงต่อบุคคลนั้น  เขาหรือเธอจะพบกับชีวิตใหม่  มีหัวใจดวงใหม่  ที่ไม่หวาดหวั่นต่ออนาคตอีกต่อไป

 

                   บุรุษบางคนมีชีวิตที่มีแต่ความราบรื่นมาตั้งแต่เด็ก  ไม่เคยจากบ้าน จากพ่อแม่พี่น้อง ไม่เคยรู้จักว่าความทุกข์ความบีบคั้นจิตใจจากการพลัดพรากบ้านเกิดพ่อแม่พี่น้องเป็นอย่างไร  เมื่อจะแต่งงานมีครอบครัวก็ไม่ได้ต่อสู้อุปสรรคเหมือนคนอื่น  ชีวิตราบรื่นจนถึงวัยกลางคน  แต่เพราะไม่รู้เท่าทันจิตใจตัวเองว่า แท้จริงแล้วตัวเองเบื่อความราบรื่นจำเจ  เบื่อภรรยาและลูกที่อยู่กันมานานโดยที่ตลอดมาไม่เคยได้ต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคร่วมกันเท่าใดนัก จึงขาดความรักและความเห็นอกเห็นใจกัน สุดท้ายก็จึงอยากออกจากบ้านเพื่อหาประสบการณ์อย่างอื่นและแสวงหาพระอริยเจ้าตามที่พรรณนาไว้ในหนังสือ

 

                    ความไม่รู้จักตนเองตามความเป็นจริงว่า  ตนเองเพียงเบื่อความจำเจในครอบครัว  เบื่อภรรยาที่ขี้บ่นชอบพูดเหน็บแนมประชดประชันและมักข่มสามีว่าเป็นคนไม่มีความสามารถ จึงอยากหลบออกจากบ้านเพื่อหาความสบายใจเท่านั้นจึงมุ่งหน้าเข้าวัด  การที่ไม่กล้ายอมรับความจริงว่า แท้จริงแล้วตัวเองไม่ได้ต้องการปฏิบัติธรรมอะไร  แต่ก็ฝืนทำตนเป็นคนเคร่งในศีลธรรมเพื่อให้ภรรยาและลูกมองเห็นคุณค่าของตัวเอง  ไม่ดูหมิ่นเหยียดหยามว่าไร้ความสามารถ  ความอยากเอาชนะภรรยาจึงหันมารักษาศีลปฏิบัติธรรม

 

                การที่ต้องการเป็นผู้นำในครอบครัวแต่เป็นไม่ได้  แม้จะปฏิบัติธรรมไปเพียงใดก็ไม่ใช่ความจริง  สุดท้ายก็หลอกตนเองและหลอกคนอื่นต่อไปไม่ได้ ต้องไปเริ่มต้นสร้างวิบากกรรมอันใหม่ด้วยการมีภรรยาอีกคน  อันเป็นการชดเชยปมด้อยในใจที่ชีวิตตกอยู่ภายใต้อำนาจภรรยาคนเดิมมาช้านาน  นี้คือผลจากการมีจิตใจที่ซ่อนเร้นไม่ยอมรับความจริงว่าแท้ที่จริงแล้วตนเองต้องการมีภรรยาที่อยู่ในอำนาจและเชื่อฟัง

 

                      หากเขากล้ายอมรับความจริงว่า  แท้จริงแล้วเขาต้องการเป็นผู้ชายที่มีอำนาจในครอบครัว แทนที่จะทำตัวยอมภรรยาและตามใจไปทุกอย่าง จนกระทั่งภรรยาเข้าใจผิดว่าเขาไม่มีความสามารถในการเป็นผู้นำในครอบครัว  เขาก็ต้องแสดงตัวและแสดงความต้องการเช่นนั้นตั้งแต่ต้นเพื่อให้ภรรยารู้ความต้องการและตัวจริงของเขา ไม่ใช่ตนเองต้องการเป็นผู้นำในครอบครัว  แต่ไปทำตัวเป็นผู้ตามและตามใจภรรยาไปทุกอย่างอันไม่ใช่น้ำใสใจจริงของตัวเอง  การทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวจริงของเขา  ทำให้เขาหมดความเชื่อมั่นในตนเองนับแต่นั้น  กว่าจะค้นพบปมด้อยของตนเองและเริ่มต้นใหม่  อายุก็เลยวัยกลางคนแล้ว

 

                        ชีวิตของการเป็นสามีภรรยาหรือการมีครอบครัว พระพุทธองค์จึงทรงวางหลักให้มนุษย์ทุกคนที่หวังความรักความจริงใจความร่วมทุกข์ร่วมสุขระหว่างสามีภรรยา ให้ปฏิบัติธรรมหมวดหนึ่งซึ่งชื่อว่า "ฆราวาสธรรม" ได้แก่  ๑.สัจจะ ความจริงใจต่อกัน  ๒.ทมะ ความอดกลั้นต่อการกระทบกระทั่งระหว่างกันดุจลิ้นกับฟัน  ๓.ขันติ  รู้จักอดทนรอคอยเวลาเพื่อให้ทุกสิ่งดีขึ้น รู้จักรอคอยให้โอกาสแก่อีกฝ่ายหนึ่ง รู้จักรอคอยความสำเร็จ ไม่ใจร้อน ๔.จาคะ รู้จักเสียสละต่อกัน ให้อภัยไม่ถือสากันในความผิดพลาดบกพร่องของกันและกัน  เหมือนท่อไอเสียรถยนต์  การไม่ถือสาหาความกันนี้เองคือคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ที่ครองใจกันไว้

 

                        จะเห็นได้ว่า  พระพุทธองค์ทรงถือเอาสัจจะ ความจริงใจต่อกัน  เป็นคุณธรรมข้อต้นสำหรับชีวิตการครองเรือน  คนเรานั้นหากไม่มีความจริงใจต่อกัน  ถือว่าแก่นสารหรือเนื้อแท้ของความเป็นสามีภรรยากันยังไม่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง  แม้จะแต่งงานมีลูกแล้ว  ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองจะยังคงชะงักอยู่เพียงในระดับคู่รักเท่านั้นโดยที่คนทั้งสองไม่รู้ตัว

 

                         สามีภรรยาคู่ใด ที่ความรักความเข้าใจยังไม่พัฒนาไปถึงขั้นมีความจริงใจและไว้วางใจต่อกัน  ความสัมพันธ์จะอยู่ในระดับคู่รักเท่านั้น จะไม่กล้าแสดงความต้องการตามความรู้สึกอันแท้จริงของตนออกมา  ความรักระหว่างคนทั้งสองจะเป็นการเมืองมากกว่าความรัก  การแต่งงานจะกลายเป็นการลงทุนทำธุรกิจระหว่างกันมากกว่าความรัก  จะมีการใช้วิชาการเมืองคอยแย่งชิงผลประโยชน์จากกันและกัน

 

                        จงกล้ายอมรับความจริงเสียแต่วันนี้  บุรุษต้องกล้าหาญและกล้ายอมรับความจริงเยี่ยงบุรุษ  อย่าทำอะไรแอบแฝงอันไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเรา  บุรุษคนใดกล้ายอมรับความจริงว่า แท้จริงแล้วตนไม่ได้ต้องการปฏิบัติธรรมอะไร  แต่ต้องการภรรยาคนใหม่ที่ส่งเสริมความเป็นผู้นำของตัวเอง  หากเขามีวาสนาในทางธรรม เขาจะออกบวชได้และเป็นพระที่เป็นที่พึ่งของผู้คนได้ในวันหนึ่ง  หากเขาไม่ได้สั่งสมเนกขัมมะบารมีในเรื่องนี้ไว้  เขาก็จะกลายเป็นผู้ชายคนใหม่ที่มีความกล้าหาญ มีภาวะผู้นำและมีบารมี

 

                    ขอเพียงกล้ายอมรับความจริงเสียแต่วันนี้  ชีวิตอันสดใสที่เราปรารถนาจะบังเกิดขึ้นทั้งชายและหญิง  พระพุทธองค์ผู้ทรงเป็นนาถะเป็นที่พึ่งของชาวโลก  พระองค์ประกาศพระธรรมอันประเสริฐเพื่อเป็นที่ซับน้ำตาของสัตว์โลกทั้งแก่บรรดาคนดีและคนชั่ว  ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้บรรลุธรรมทั้งพระเขมาเถรี ผู้เป็นอัครสาวิกาเบื้องขวาผู้เลิศด้วยปัญญา ผู้เคยมีฐานะอันสูงศักดิ์ถึงขั้นพระอัครมเหสีของพระเจ้าพิมพิสาร  และพระวิมลาเถรีที่บรรลุธรรมถึงขั้นพระอรหันต์  แม้ภูมิหลังจะเคยเป็นผู้มีชีวิตที่ถูกเหยียดหยามที่สุดคือเป็นหญิงโสเภณีมาก่อน  นี้คือความมหัศจรรย์ของพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าโดยแท้

 

                  การยอมรับความจริงนี้  มิใช่การตอกย้ำปมด้อยหรือความบกพร่องของตนเอง อันจะทำให้จิตใจของตนเศร้าหมอง  แต่การยอมรับความจริงคือการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่งที่จะทำให้เรามีชีวิตใหม่ อันทำให้ในแต่ละวันผาสุกและร่มเย็นมากขึ้น

 

                  ยอมรับความจริงอย่างองอาจกล้าหาญว่า  ตัวเรานี้ก็มีความชั่วติดตัวอยู่ไม่น้อย  เรื่องอะไรจะทำความชั่วต่อไป  สู้รีบเร่งทำความดีและสร้างกุศลดีกว่า  ความชั่ว ความเกเร การตามกิเลส ตามใจตัวเอง เราก็ยังกล้าที่จะทำได้โดยไม่แคร์ใครมาแล้ว  แล้วเหตุใดในวันนี้ เราจะกล้าหาญทำความดีหรือกล้าหาญในการปฏิบัติธรรมไม่ได้  หากใครคิดได้เช่นนี้  หัวใจของผู้นั้นจะกลายเป็นหัวใจที่ยิ่งใหญ่  ความสุขและความสดใสย่อมอยู่ไม่ไกลจากเขาแน่นอน

 

                  แม้ชีวิตของบุคคลนั้นอาจจะเคยผิดพลาดบกพร่องมามากเพียงใด  เทพยดาก็จะอำนวยอวยชัยให้เขาก้าวข้ามอุปสรรคและพบกับความสุขในชีวิต   โดยไม่ต้องพูดก็ได้ว่าบรรลุธรรมหรือไม่บรรลุธรรม  ขอเพียงหัวใจดวงนั้นเริ่มต้นใหม่ด้วยการมีใจที่กล้าหาญและกล้ายอมรับความจริง

 

                   ขอให้ทุกคนตั้งสติเริ่มต้นยอมรับและรู้จักตัวเองตามความเป็นจริงเสียแต่วันนี้ แล้วทุกสิ่งจะดีขึ้น ชีวิตของมนุษย์คนเรานั้น ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน ไม่มีใครเป็นผ้าขาวบริสุทธิ์ยกเว้นแต่ทารกที่อยู่ในครรภ์

 

                 ขอเพียงกล้ายอมรับความจริง  ทุกสิ่งที่เราแสวงหาและไขว่คว้ามาเนิ่นนาน  จะเริ่มฉายฉานสู่ความเป็นจริงในชีวิตของเรา   การบรรลุธรรมหรือธรรมะทั้งหลาย  แท้ที่จริงแล้วอยู่ตรงนี้กับเราเสมอมา เพียงแค่ว่าเรากล้าเปิดหัวใจยอมรับความจริง

 

 

                                                                           คุรุอตีศะ

                                                                  ๒๘  มีนาคม  ๒๕๕๗