เหนื่อยยากแต่สุขใจ

เหนื่อยยากแต่สุขใจ


                    ชีวิตของหลายคนที่มีความซึมเศร้า  บางทีก็เพราะมีชีวิตที่สบายเกินไป  วันๆไม่มีอะไรจะทำ  คนจนไม่ค่อยมีเวลานั่งซึมและนั่งเศร้า  เพราะต้องเร่งรีบเพื่อหาเงินทองมาดำรงชีวิตให้อยู่รอดไปแต่ละวัน  ความจนบีบบังคับไม่ให้มีเวลามานั่งรำพึงรำพัน  มีแต่คนที่พอมีพอกินแล้วเท่านั้น ที่จะมีเวลานั่งคิดถึงอดีตแล้วรำพึงรำพันถึงความทุกข์ยากต่างๆ


                   ชีวิตที่ไม่มีอะไรทำคือปัญหาใหญ่ที่ใครๆนึกไม่ถึง  ตอนยากจน ต้องขมีขมันทำมาหากิน  ต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อหาเลี้ยงชีพให้ทันเพื่อนบ้านเขา  จิตเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและกระฉับกระเฉง ไม่มีเวลามานั่งซึม และไม่มีเวลามานั่งเศร้า


                 ส่วนคนพอมีพอกินไม่จำเป็นลุกขึ้นแต่เช้า จะนอนตื่นสายแค่ไหนก็ไม่มีใครมาบังคับ  ความกระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวาได้เลือนหายไป


                  ความสบาย  ได้กลายเป็นความเกียจคร้าน  กลายเป็นความเฉื่อยชา เมื่อสะสมเรื่อยมาเพราะไม่ได้เจริญสติ ก็กลายเป็นความซบเซาหงอยเหงา  ต่อมาก็กลายเป็นความซึมเศร้า เพราะจิตขาดพลังเนื่องจากไม่มีกุศลจิตคอยค้ำจุน


                  ผู้ที่มีชีวิตความเป็นอยู่พอมีพอกิน โดยเฉพาะคนที่สร้างฐานะได้มั่นคงหรือร่ำรวยแล้ว  ต้องมีความแยบคายในชีวิตในข้อนี้  การท่องเที่ยวหรือการทำอะไรได้ตามใจเพราะมียานพาหนะที่สะดวก และมีกำลังทรัพย์ในการใช้จ่าย  ก็เพียงแค่การเปลี่ยนบรรยากาศสนุกสนานลืมทุกข์ไปชั่วคราว  แต่เมื่อกลับมาแล้ว  ความซึมเศร้าก็คืบคลานมาสู่ชีวิตอีกเหมือนเคย  เพราะเป็นเพียงแค่การแก้ทุกข์ด้วยการตามใจกิเลส  แต่ไม่ได้สร้างกุศลอันใด  สนุกสนานดีใจไม่นาน  เมื่อกลับเข้าบ้านก็ซึมเซาและหงอยเหงาตามเดิม


                 การที่ชีวิตมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  ไม่ต้องแร้นแค้นกระเบียดกระเสียรทุกข์ยากลำบากเหมือนเมื่อก่อน  นับเป็นบุญกุศลอย่างยิ่งที่สร้างตัวได้  ตั้งหลักปักฐานได้


               แต่ชีวิตที่แท้จริงไม่ได้อยู่แค่นั้น  การตั้งตัวได้ การสร้างฐานะสร้างหลักฐานได้  เป็นเพียงการวางรากฐานอันจำเป็นสำหรับชีวิต เพื่อที่เราจะก้าวขึ้นสู่การสร้างความดีและบุญบารมีให้ยิ่งขึ้นไป  ถ้าทำได้เช่นนั้นและมองเห็นความสำคัญของศาสนาและการสร้างบุญกุศล  ชีวิตของบุคคลนั้นและในครอบครัวนั้นจึงจะรอดพ้นจากชีวิตที่ซึมเศร้าและว้าเหว่หงอยเหงาได้


                สิ่งที่ควรดำเนินต่อไปหลังจากการสร้างหลักฐานและความมั่นคงในครอบครัวได้แล้วก็คือ หัดที่จะยอมเสียสละและยอมเหนื่อยยากทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นให้มากขึ้น  ฝึกจิตด้วยการอุทิศตนเพื่อรับใช้พระศาสนาและสังคมส่วนรวมให้มากขึ้น  จากแต่ก่อนไม่มีเวลา ไม่มีโอกาส เพราะต้องลำบากในการทำมาหาเลี้ยงชีพและการสร้างฐานะ  แต่ตอนนี้เรามีความพร้อมมากขึ้น  จึงเป็นโอกาสอันดียิ่งแล้วที่เราจะตั้งหน้าบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนาต่อไป  หากใครมีหลักในการดำเนินชีวิตเช่นนี้  จะมีชีวิตที่มีความสุขและอบอุ่นในบั้นปลาย


                 เมื่อเราทั้งหลายทราบกฎเกณฑ์ของชีวิตเช่นนี้แล้ว จึงไม่ควรประมาทปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไปโดยขาดการสร้างบุญกุศล  เมื่อมีโอกาสบำเพ็ญทาน  เราก็บำเพ็ญทานหมั่นบริจาคทำบุญให้มากขึ้น  โดยทำด้วยความสุขและมีศรัทธา  ไม่ใช่ทำเพราะขัดไม่ได้หรือทำไปเพียงเพื่อเอาใจสังคม  อย่างนั้นไม่ใช่ทำบุญ แต่เป็นการ “ทำคุณ”มากกว่า


               เมื่อทำไปแล้วจะคอยเรียกร้องบุญคุณหรือนั่งรอผลบุญว่าเมื่อไหร่จะส่งผล อย่างนั้นจะเกิดผลที่เป็นบุญน้อยมากเพราะเจตนาไม่บริสุทธิ์ แต่การบำเพ็ญทานที่บริสุทธิ์และที่ได้อานิสงส์อันยิ่งใหญ่ จะต้องเกิดจากใจที่เลื่อมใสแล้วอยากทำบุญหรืออยากบริจาค  อย่างนั้นบุญจึงจะเต็มที่และเกิดความสบายใจ เมื่อย้อนนึกถึงครั้งใดแล้วย่อมเกิดความปลื้มใจเกิดกำลังใจ กลายเป็นจาคานุสติ ทำให้เกิดสมาธิได้


              ความที่จิตเกิดความองอาจ  กล้าที่จะยอมเหนื่อยยากในการบำเพ็ญคุณธรรมความดี  กล้าที่จะยอมเหน็ดเหนื่อยเพื่อให้ผู้อื่นมีความสุข  ย่อมเป็นทานบารมี  ขันติบารมีอยู่ในตัว  ความเหนื่อยยากนั้นจะเกิดอานุภาพให้การเจริญสติปัฏฐานหรือการเจริญอริยมรรคมีความเจริญก้าวหน้าโดยผู้นั้นไม่รู้ตัว


             ความเหนื่อยยากในการสร้างครอบครัว  เป็นสุขความภาคภูมิใจเฉพาะคนในครอบครัว  แต่ความเหนื่อยยากในการช่วยงานพระศาสนาและเหน็ดเหนื่อยเพื่อประโยชน์สุขของคนอื่น  จะมีความสุข ความปลื้มใจยิ่งกว่านั้นหลายเท่า  เปรียบดังขุนเขาที่สูงใหญ่กับเนินเขาเตี้ยๆ  เพราะเป็นหัวใจที่ประกอบด้วยความยิ่งใหญ่ไพศาล  ที่ไม่ใช่เพียงแค่ความสุขตัวเอง ครอบครัวของตัวเอง แต่เป็นการอุทิศตนเพื่อคนหมู่มาก  อันเป็นความเหนื่อยยากที่เต็มไปด้วยความอิ่มอกอิ่มใจและจิตเป็นบุญเป็นกุศลอยู่ทุกวัน


            ด้วยเหตุนี้นับแต่โบราณกาลมา ท่านจึงยกย่องผู้ที่อุทิศตนให้ศาสนาว่าเป็นชีวิตที่มีคุณค่ายิ่งกว่าการทำเพียงแค่เพื่อครอบครัว  ผู้ที่เกิดมาเพื่อค้ำจุนพระศาสนาจึงหาได้ยากเหมือนการงมเข็มในมหาสมุทร


            การงานเพื่อความสำเร็จของตัวเราเอง  เป็นความเหนื่อยยากอยู่ไม่น้อยจึงเกิดผลสำเร็จขึ้นมาได้  แต่หากบุคคลใดมีโอกาสเสียสละและยอมเหนื่อยยากด้วยความอิ่มอกอิ่มใจต่อการสร้างบุญกุศล  ยอมเหนื่อยยากเพื่อช่วยเหลือการงานในพระศาสนา  หมั่นเจริญทาน ศีล ภาวนาให้สม่ำเสมอ บ่อยๆ เนืองๆ เมื่อถึงจุดหนึ่งบุคคลนั้นจะค้นพบด้วยตนเองว่า  ความซึมเศร้า ความซบเซาเหงาหงอยที่เคยมาเยือนชีวิตของเราบ่อยๆอย่างแต่ก่อน  บัดนี้ได้หลุดร่วงไปจากหัวใจไปตั้งแต่ตอนไหนไม่ทราบ  นี้คืออานุภาพของบุญกุศลที่ยากนักจะอธิบายให้คนทั้งหลายเข้าใจ


          ขอให้เราทั้งหลายเอาชีวิตที่เริ่มมีความสะดวกสบายที่มีมากกว่าแต่ก่อน  มาอุทิศตนและยอมเหนื่อยยากในการสร้างกุศล  ชีวิตของเราจะได้มีการเลื่อนชั้นที่สูงขึ้น  คือมีการเจริญพัฒนาจากข้างใน  มีวุฒิภาวะที่สูงขึ้น   ความสุข ความอบอุ่นอันลึกซึ้งย่อมเกิดขึ้นในดวงใจ


          เมื่อทำได้เช่นนั้น จิตใจที่เคยอ่อนแอปวกเปียก จะกลายเป็นใจที่เข้มแข็ง  จิตใจจะมีความองอาจกล้าหาญในการทำความดีมากขึ้น  นั่นแหละคือชีวิตที่สมบูรณ์  จิตใจจะกล้าแกร่ง ไม่เกรงกลัวอุปสรรคและปัญหาใดๆอีกต่อไป

 

                                                                                 คุรุอตีศะ
                                                                        ๓๐  ธันวาคม  ๒๕๕๖