จิตพระโสดาบัน

 จิตพระโสดาบัน

 

ในโลกของปุถุชนจะวัดคุณค่ากันด้วยสิ่งภายนอก จึงจะเป็นที่ยอมรับและได้รับการยกย่องในสังคม

 

ใครจะจบปริญญา ใครจะได้แต่งงานกับคนมั่งคั่ง ใครจะมียศตำแหน่ง ใครจะมีบ้านหลังใหญ่ ใครจะมีรถหรู ใครจะได้รับเค้กวันเกิด..สิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งสำคัญมากในโลกของปุถุชน

 

แต่สำหรับพระอริยบุคคล ท่านจะมีปัญญาตัวหนึ่งที่มองขาดเลยว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงของที่ชาวโลกสมมุติขึ้นมา ตามยุคตามสมัย ตามอิทธิพลของความต้องการของผู้มีอำนาจในยุคหนึ่งๆ เท่านั้น..

 

ในที่สุดค่านิยมหรือสิ่งที่ผู้คนเคยมองว่าเป็นสิ่งสำคัญมากเหล่านั้นก็จะเปลี่ยนแปลงไปได้ตามยุคตามสมัย หรือตามวิบากกรรมของแต่ละคน ไม่มีสิ่งใดยืนยงคงทนถาวร

 

ดังนั้น ในโลกของพระอริยบุคคลจึงไม่ให้ความหมายกับความรวยความจน ได้แต่งงานหรือไม่ได้แต่งงาน จะร่ำรวยมีหลักฐาน หรืออยู่บ้านหลังเล็กๆ 

 

ท่านจะอยู่ได้อย่างผาสุก..ไม่วิตกกังวลกับอนาคตว่าจะมีสิ่งเลวร้ายหรือไม่อย่างไร เพราะท่านมีอริยทรัพย์ภายใน (โลกุตรทรัพย์) หรือ "ยอดแห่งทรัพย์"ไว้ในมือท่าน 

 

ท่านจะให้ความสำคัญกับการขัดเกลากิเลส เลือกเอาความมีสติหรือความสงบใจในแต่ละวันเป็นภารกิจสำคัญ

 

จะพาทุกท่านจินตนาการถึงสถานการณ์จริงในปัจจุบัน 

 

ว่าจิตใจพระโสดาบันท่านจะเป็นอย่างไรในยุคสมัยนี้ เมื่ออยู่ในสังคม

 

สมมุติว่าบุคคลหนึ่งเป็นพระโสดาบันโดยที่ไม่มีใครรู้ แต่เป็นลูกจ้างเขาทำงานเพื่อมีรายได้เลี้ยงดูบุพการี เจ้านายเห็นว่าเป็นคนว่าง่าย ใช้ง่ายและจิตใจดี ก็เลยให้บุคคลนี้ไปต่อคิวเพื่อซื้อน้ำมันที่ปั๊ม เพราะใช้ลูกน้องคนอื่น ทุกคนก็ไม่อยากไป เขาหรือเธอมีความยินดีที่จะทำตามความประสงค์ของเจ้านาย 

 

ไม่ใช่เพราะกลัวถูกไล่ออกหรือเพื่อจะได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นหรือเพื่อให้เป็นคนโปรด แต่เพราะสงสารเจ้านายที่จะไม่มีน้ำมันขับรถไปคุมงานในวันพรุ่งนี้ (เมตตา)

 

เพราะสำนึกในบุญคุณของเจ้านายว่าเพราะมีเจ้านาย เราจึงมีรายได้เลี้ยงดูบุพการีไม่ให้ลำบาก (กตัญญู)

 

เห็นรึยังว่า..ทำในสิ่งเดียวกัน..แต่ไม่เหมือนกัน..!

 

พอไปต่อคิวเติมน้ำมัน ผู้คนเข้าแถวรอยาวเป็นครึ่งกิโล คนอื่นอาจก้มหน้าใส่โทรศัพท์ แต่บุคคลนี้อาจจะมองไปรอบๆ..

 

เห็นบางคนนั่งหน้าเศร้า เห็นเด็กปั๊มมีท่าทีหวาดผวา เห็นเจ้าของปั๊มมีความกลัดกลุ้มเดินไปเดินมา มองไปที่หน้าถนน ก็เห็นหมาผอมโซตัวหนึ่งเดินเข้ามา เพราะมันคิดว่ามีคนมาเยอะขนาดนี้ คงจะอิ่มท้องบ้างล่ะ

 

มองไปทางซ้ายมือ ก็เห็นกบตัวหนึ่งแอบซ่อนตัวอยู่ใต้ใบบัวข้างๆปั๊มน้ำมัน รอไปจนถึงสี่ทุ่มน้ำมันก็ยังไม่มา รู้สึกว่าท้องร้องจ๊อกๆ เพราะหิวข้าว ก็มองเห็นความกระวนกระวายใจขึ้นมา

 

หลังจากนั้นเสียงแจ้งเตือนจากไลน์ก็เด้งขึ้นมา พร้อมกับมีคำถามจากเจ้านายว่า

 

"เมื่อไหร่จะได้น้ำมัน?!!"

 

ก็เลยต้องมาก้มหน้าใส่โทรศัพท์เหมือนคนอื่นเพื่อพิมพ์ตอบไลน์ของเจ้านาย!

 

จิตพระโสดาบันท่านก็จะเจริญสติไปกับธรรมชาติความจริงรอบตัว โดยไม่มีใครรู้กับท่านว่าท่านคิดอะไร ทำใจแบบไหน

 

ด้วยเหตุนี้ท่านจึงมีความเบิกบานได้แม้ในท่ามกลางสถานการณ์อันเลวร้าย และสามารถเป็นที่พึ่งให้ใครๆ ได้ แม้เจ้านายก็ยังรู้สึกอุ่นใจ

 

ความหมายของคำว่า "พุทโธ" ที่แปลว่า "ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน" ที่แท้จริงก็คือแบบนี้ ที่ท่านสามารถปิดประตูอบายภูมิได้เด็ดขาด ก็เพราะสติของท่านคมชัดพอที่จะกั้นความเศร้าหมองของดวงจิตในวาระสุดท้ายได้เสมอ

 

ไม่ว่าท่านจะเป็นคนรวยคนจน คนชั้นสูงคนชั้นต่ำ เป็นลูกน้องเขาหรือเป็นเจ้านาย ดวงจิตอันผ่องใสเรืองรองก็จะอยู่คู่กายใจ เป็นเนื้อนาบุญของโลกเป็นแสงสว่าง เป็นพลังบวก เป็นตัวแทนพลังแห่งความดีงาม 

 

เป็นผู้ควรแก่การอัญชลีแก่สาธุชนเสมอไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใดก็ตาม

 

คุรุอตีศะ

๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๙