รู้จักรักตัวเอง
- รายละเอียด
- หมวด: LanDharma
รู้จักรักตัวเอง
การมีสติจะทำให้เรารู้จักรักตัวเอง การเห็นแก่ตัวกับการรักตัวเอง เป็นคนละเรื่องกัน
การเห็นแก่ตัวคือการเอารัดเอาเปรียบคนอื่น เบียดเบียนคนอื่นหรือการไร้น้ำใจ มุ่งเพื่อความสุขของตัวเอง ใครจะทุกข์ร้อนเช่นไรไม่สนใจ
ส่วนการรักตัวเอง เกิดจากใจที่มีสติเริ่มตระหนักในคุณค่าของตัวเอง ใจกลับมาเป็นตัวของตัวเอง ใจจึงเริ่มสงบสุข
คนที่รู้จักรักตัวเองเป็นแล้ว ผลที่ตามมาคือจะมีเมตตา มีน้ำใจ มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อย่างเป็นธรรมชาติ อย่างไม่รู้สึกฝืนหรือบังคับ
ดังนั้น การเห็นแก่ตัว คือการไม่มีสติหรือยังไม่รู้จักตัวสติ
ส่วนการรักตัวเอง เป็นผลจากการฝึกสติ จึงตระหนักในคุณค่าตัวเอง มีความสุขในตัวเอง ไม่รู้สึกมีปมด้อย
ด้วยเหตุนี้ คนที่รักตัวเองเป็นแล้วเท่านั้นจึงจะรักผู้อื่นได้อย่างจริงใจและสามารถเผื่อแผ่ความสุขและประโยชน์อันกว้างขวางออกไปได้
เพราะรักตัวเอง เข้าใจตัวเอง จึงรักคนอื่น รักสัตว์ รักต้นไม้ รักธรรมชาติ รักมนุษย์ร่วมโลก มีความเห็นอกเห็นใจ
ถ้าจะพูดในอีกแง่หนึ่งก็คือ การที่เรามีปัญหาชีวิตมาก มีความทุกข์มาก ท่านบอกว่าเกิดจากเพราะเรายังไม่รักตัวเอง!!!
ทำไมจึงว่าไม่รักตัวเอง? ใครบ้างจะไม่รักตัวเอง?
นั่นคือเราคิดเอาเอง
แต่พระอริยบุคคลหรือนักปราชญ์ ท่านจะบอกว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักรักตัวเอง!!
การที่เราเอาหัวใจของเราหรือชีวิตไปขึ้นกับคนอื่น นั่นคือคนไม่รักตัวเอง!
คนที่รักตัวเองก็คือ หมั่นรักษาใจให้สงบสุข รีบคว้าเอาแก่นสารของชีวิตก่อนจะตายไปจากโลกนี้
สมมุติว่าเราตายลงในวันนี้ ถามว่าใครบ้างจะยินดีติดตามเราไป ใครจะอาสาตามไปรับใช้ ไปขับรถให้ หรือว่ามอบเค้กวันเกิดให้ในปรโลก
ร้อยทั้งร้อยก็ต้องร้องว่า "ขอให้พี่หรือน้องไปก่อนเถิด ขออยู่ต่ออีกหน่อย อย่าเพิ่งให้ตามไปเลย!.."
เมื่อเกิดปัญญามองเห็นความจริงตามนี้ เราจะเกิดแสงสว่างกลางใจ และเริ่มรักตัวเอง เราจะหันมาสร้างบุญกุศลเป็นหลักใหญ่ จะไม่เสียน้ำตาเพราะใคร เพียงมีชีวิตอยู่ในแต่ละวันและเกื้อกูลกันไปจนกว่าละครโรงใหญ่จะจบลงในชาตินี้
เพราะเหตุนี้แหละท่านจึงว่าพระโสดาบันบุคคลท่านไม่เอาชีวิตไปขึ้นอยู่กับใครและไม่มีการนอกใจ ไม่ใช่เพราะความรักความเสน่หาหรือความซื่อสัตย์อย่างที่ปุถุชนคนทั่วไปเข้าใจ
แต่เพราะท่านมีปัญญาเห็นชัดเจนว่าขนาดร่างกายของเรายังไม่ใช่ของเราเลย บังคับไม่ให้ป่วยไม่ให้เจ็บ ก็ยังบังคับไม่ได้ แล้วร่างกายและหัวใจคนอื่น จะไปบังคับหรือยึดถือว่าเป็นของเราได้อย่างไร
ทุกสิ่งคือสังขารความปรุงแต่งมีแต่ความเลื่อนไหลไปตามเหตุปัจจัย
นี่แหละคือ "กุสลา ธมฺมา.."
คุรุอตีศะ
๕ พฤษภาคม ๒๕๖๙






