หันมาเยียวยาใจ

 หันมาเยียวยาใจ

 

ชีวิตที่เต็มไปด้วยความรับผิดชอบเคี่ยวกรำและตรากตรำมานาน ต่อไปนี้ขอให้เรียนรู้ที่จะทำจิตให้เบิกบานและมีความร่าเริงในหัวใจให้มากขึ้น

 

หัวใจของเราแบกรับภาระมามากแล้ว เสียสละอดทนเพื่อคนอื่นมาตลอด ต่อไปนี้ขอให้เราได้มีพื้นที่ของหัวใจที่จะสงบสุขและผ่อนคลายสบายขึ้นบ้าง

 

ภาระอันมากมายทั้งปวงจะมีประโยชน์อะไร หากใจดวงนี้มีแต่ความหนักอึ้งวิตกกังวลสับสนและวุ่นวาย เราจงหันมาเยียวยารักษาใจให้เกิดความสงบอ่อนโยนและลึกซึ้ง เสมือนหนึ่งความสุขตอนเราเป็นเด็กวิ่งไล่จับผีเสื้อ เล่นบ้านน้อย เล่นเป่ายาง เล่นลูกข่าง เล่นดินทราย

 

อุทาหรณ์ก็มีให้เห็นดาษดื่น ผู้คนที่มีอำนาจ ร่ำรวย มีเกียรติยศมากมาย ต่างก็ตายไปพร้อมกับลมหายใจที่กังวลกระสับกระส่าย สิ่งที่เขาไขว่คว้าเข้ามาสู่ตัวเองตลอดชีวิตอย่างมากมาย จะมีประโยชน์อะไรเล่า สุดท้ายก็ต้องไปมือเปล่า

 

เมื่อความตายมาถึง คนที่รักแสนรัก คนที่ห่วงแสนห่วง ก็ไม่มีใครสักคนที่จะรักจริงยอมตายไปพร้อมกับเรา บางคนสามีตาย ภรรยาตาย ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ยังไม่ทันถึงปีก็มีสามี ภรรยาใหม่ ก็เห็นกันอยู่ทั่วไปในปฐพี

 

หันมาเยียวยารักษาใจที่แบกรับภาระรับผิดชอบตลอดมา ด้วยพลังแห่งทาน ศีล ภาวนา อันเป็นสิ่งซึ่งเป็นสาระของชีวิตที่แท้จริงให้ยิ่งกว่าแต่ก่อน

 

เรียนรู้ที่จะให้ความรักที่งดงามเกิดขึ้นในหัวใจ โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยชายหรือหญิง เดินตามรอยพระอริยเจ้าให้ดวงจิตปล่อยวางเพื่อเข้าถึงสัจธรรมความจริง เมื่อใจนิ่ง ใจวางเฉย ใจเป็นกลาง นั่นคือความสำเร็จในชีวิตที่แท้จริงของเรา

 

คุรุอตีศะ

๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗